วันพุธที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2553


ประวัติส่วนตัว

นาย ธีระพงศ์ เจริญสุข

ปัจจุบันเรียนที่วิทยาลัยอาชีวศึษาธนบุรี แผนกคอมพิวเตอร์กราฟริกอาร์ต

อายุ 22 ปี เพศ ชาย เกิด 14 มิถุนายน 2531

สีที่ชอบ สีดำ ชอบกิน ไข่เจียวเป็นที่สุดเลย ไม่ชอบกิน ทุกอย่างที่เผ็ดเร่าร้อน

ฉายา ที่ชาวแก็งค์เรียกข้าพเจ้าคือ โก๋เป้ายิ้ม

ที่อยู่ปัจจุบัน 168/7 แขวงท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพ 10600

สถานะตอนนี้ โสดสนิทศิษย์ส่ายหน้าคับผม

แนวดนตรีที่ชอบ punk เป็นที่สุดอีกแหละน้า

งานอดิเรก ฟังเพลง นอน ทามงานที่ค้าง ดูหนัง เที่ยวเตร่

สิ่งที่ชอบและอยากได้ที่สุด อยากได้อะไรก้อได้ที่ดีดีดีดีดี นะ

คนที่ข้าพเจ้ารักที่ แม่ น้อง อาจารย์ นุชชลา เถาว์ศิริ และอาจารย์ทุกคนคับผม

เพื่อนที่ดีที่สุด ไอคอง ไอดี๋ ไอปาล์ม ไอหนุ่ย ไอหมีพลู ไอพัด ไอโอม ไอไมค์ เอาง่ายๆๆ ก้อเพื่อนทุกคนที่เรียนกับ โก๋เป้ายิ้ม ทั้งเพื่อนที่ราชมงคล อละเพื่อนที่พระจอมเกล้าพระนครเหนือ

เกลียดที่สุด ผู้หญิง โกหก คนที่โกหก คนที่ชอบให้รอ คนที่ชอบบ่น คนที่จุกจิก คนที่พูดแล้วไม่รู้เรื่อง

คนที่เข้าใจคนอื่นยากเพราะเราเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

สถานที่ที่ชอบมากเลยนะ ตลิ่งบาร์ พระนครบาร์ ตักสุรา เรื่องเล่าเย็นนี้ กอมเม่ แอปเปิ้ล ทรูบาร์

feelgood มาจัง เมนีย์ เป็นต้นและอีกมากมาย

สิ่งที่ผิดหวังที่สุดเรียนไม่จบซักที่เลยแต่ปีนี้จบแน่นอนนะคับผม

MAIL trp_ap33@hotmail.com แอดมานะพวก

ความรู้สึกตอนนี้ แอบชอบคนอยู่แต่ไม่กล้าบอกไม่รู้ว่าบอกไปแล้วเขาจะคิดยังไง สรุปก็คือ ปอดแหกละกาน เคนะ แบบเก่า

ร้าน พระนครบาร์



เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารบรรยากาศดีเนรมิตตึกแถว 4 ชั้น ให้กลายเป็นที่พบปะสังสรรค์ของเหล่าบรรดาเพื่อนฝูงแนวอาร์ท ที่รักในศิลปะ และชื่นชอบการสะสมและแต่งรถโบราณเป็นชีวิต จิตใจจุดเด่นของร้านอยู่ที่บริเวณดาดฟ้าชั้น 4 ที่ทำให้แขกผู้มาเยือนได้กินลมชมวิวจากมุมสูงกันอย่างจุใจ ด้วยโต๊ะเก้าอี้ไม้สีขาวสะอาดตา ทำให้พื้นไม่ใหญ่ไม่เล็ก กลายเป็นพื้นที่กว้างสบายตา บาร์ปูนเปลือยทาสีขาว กับเก้าอี้สูง ก็ช่วยสร้างบรรยากาศที่แสนจะเป็นกันเองอีกด้วยจริงๆ แล้วทุกๆ ชั้นนั้นมีสไตล์การตกแต่งที่หลากหลาย เน้นความคลาสสิคในยุค 60-80's เลยทีเดียว มีก็แต่ชั้นสองที่คงความอาร์ทด้วยการเปิดเป็นแกลเลอรี่ ซึ่งจะมีผลงานของศิลปินหมุนเวียนมาให้ชมกันอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น ภาพเขียน หรือภาพถ่าย แน่นอนว่าร้านบรรยากาศแบบนี้ก็เหมาะที่จะฟังเพลงเย็นๆ ที่ส่วนใหญ่ทางร้านจะเปิดแพลงแนว ป็อบ แจ๊ส อะคลูสติค แฟรงค์ ซินาตร้า ให้ได้ดื่มด่ำไปกับเครื่องดื่มเย็นๆ แรงบ้างอ่อนบ้าง ตามแต่สไตล์ของแต่ละคน ด้านอาหารนั้นบอกได้เลยว่าราคาไม่แพงอย่างที่คิด ราคาอาหารอยู่ที่ 45-100 บาท ซึ่งเมนูที่ทางร้านนำมาแนะในครั้งนี้เริ่มกันที่ 'เนื้ออบ' หน้าตาหน้ารับประทานจานนี้ เป็นเนื้อวัวส่วนซี่โครงอบ จึงทำให้ได้เนื้อที่นุ่มและรสชาติดีต่อกันด้วยอาหารยำๆ กับแกล้มที่ขาดไมได้อย่าง 'ยำแฮมรมควันไข่ต้ม' 'ปลาสำลียำมะม่วง' และ 'สัมตำแอ้ปเปิ้ล' ที่มีเปรี้ยวเผ็ดเค็มครบรส เรียกน้ำย่อยได้ดีทีเดียวค่ะปิดท้ายของคาวกันด้วย 'ข้าวผัดแอปเปิ้ลปลาสลิด' ข้าวผัดน้ำพริกที่ใส่แอปเปิ้ลเขียวหั่นลูกเต๋าไว้ในข้าว เสิร์ฟพร้อมชะอมไข่ และปลาสลิดทอดกรอบ ได้จานนี้ไปถึงกับอยู่ท้องเลยค่ะปิดท้ายกันด้วย 'ชอกโกแลตเค้ก' เค้กสไตล์โฮมเมดที่ทางร้านทำเอง รับประกันความอร่อยค่ะร้านเปิด 6 โมงเย็น - ตีหนึ่ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-622-0282 หรือ 087-707-3143








พระนครบาร์' แห่งนี้ อยู่ในตึกแถวเก่า 4 ชั้น ย่านราชดำเนินซึ่งเกิด กลุ่มเพื่อน 3 คนที่รักงานศิลปะและดนตรีเหมือนๆ กัน มาร่วมกันเปิดบาร์ที่มีงานศิลปะจัดแสดงและส่วนดนตรีสด,โต๊ะพูลและยังมีชั้นดาดฟ้าเหนือเมือง พระนครที่วิวสวยสุดๆ ร้าน ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น โดยมีส่วนผสมของกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งส่วนดนตรีสด แกลเลอรี่แสดงงานศิลปะ โต๊ะพูล และชั้นดาดฟ้าเหนือเมืองพระนครที่มีวิวสวยสุดๆ ร้าน 'พระนครบาร์' เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารบรรยากาศดีเนรมิตตึกแถว 4 ชั้น ให้กลายเป็นที่พบปะสังสรรค์ของเหล่าบรรดาเพื่อนฝูงแนวอาร์ท ที่รักในศิลปะ และชื่นชอบการสะสมและแต่งรถโบราณเป็นชีวิต จิตใจ จุดเด่นของร้านอยู่ที่บริเวณดาดฟ้าชั้น 4 ที่ทำให้แขกผู้มาเยือนได้กินลมชมวิวจากมุมสูงกันอย่างจุใจ ด้วยโต๊ะเก้าอี้ไม้สีขาวสะอาดตา ทำให้พื้นไม่ใหญ่ไม่เล็ก กลายเป็นพื้นที่กว้างสบายตา บาร์ปูนเปลือยทาสีขาว กับเก้าอี้สูง ก็ช่วยสร้างบรรยากาศที่แสนจะเป็นกันเองอีกด้วย จริงๆ แล้วทุกๆ ชั้นนั้นมีสไตล์การตกแต่งที่หลากหลาย เน้นความคลาสสิคในยุค 60-80's เลยทีเดียว มีก็แต่ชั้นสองที่คงความอาร์ทด้วยการเปิดเป็นแกลเลอรี่ ซึ่งจะมีผลงานของศิลปินหมุนเวียนมาให้ชมกันอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น ภาพเขียน หรือภาพถ่าย แน่นอนว่าร้านบรรยากาศแบบนี้ก็เหมาะที่จะฟังเพลงเย็นๆ ที่ส่วนใหญ่ทางร้านจะเปิดแพลงแนว ป็อบ แจ๊ส อะคลูสติค แฟรงค์ ซินาตร้า ให้ได้ดื่มด่ำไปกับเครื่องดื่มเย็นๆ แรงบ้างอ่อนบ้าง ตามแต่สไตล์ของแต่ละคน












ตักสุรา






ร้านตักสุรา (Taksura)
ที่มาของร้านตักสุรานั้น ต้องย้อนกลับไปซักประมาณ 14 ปีที่แล้ว เมื่อประมาณปี 2537 ร้านตักสุราแห่งแรกได้ถือกำเนิดขึ้นที่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังคงอยู่ และหลังจากนั้นอีกประมาณ 3 ปี ร้านตักสุรา แห่งที่ 2 ก็เริ่มเปิดดำเนินการขึ้น ที่บริเวณสะพานหัวช้าง ย่านราชเทวี ซึ่งไม่ไกลจากสี่แยกปทุมวันและย่านสยามสแควร์นัก ลูกค้าส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นกลุ่มนักศึกษาจากจุฬาฯ และจากสถาบันอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ในละแวกใกล้เคียง ซึ่งก็ถือว่าเป็นย่านใจกลางกรุงเทพฯมหานคร ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากที่ร้านตักสุราทั้ง 2 แห่ง ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าหลากหลายตลอดระยะเวลาอันยาวนาน กว่า 10 ปี ร้านตักสุราแห่งที่ 3 ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อช่วงกลางปี 2550 บริเวณใกล้กับสี่แยกคอกวัว ซึ่งเป็นอีกแห่งหนึ่ง ที่เป็นศูนย์รวมของสถานบันเทิงยามค่ำคืน ที่ได้โด่งดังเป็นอย่างมากในยุคหนึ่ง และน้องใหม่ล่าสุดก็คือ ร้านตักสุรา ประชาชื่น (ซึ่งเป็นแห่งที่ 4) ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงต้นปี 2551 ที่ผ่านมานี้เอง ด้วยชื่อเสียงอันยาวนานในอดีต ทำให้ร้านตักสุราทั้งสี่แห่ง ยังคงได้รับการต้อนรับจากลูกค้าอย่างอุ่นหนาฝาคั่งตลอดมา
บรรยากาศ : ร้านตักสุรา ประชาชื่น เป็นร้านอาหารกึ่งผับ สไตล์บ้านย้อนยุค ที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย เน้นกระจกบานใหญ่ ให้ดูโปร่ง โล่งสบาย เหมาะแก่การ นั่งพักผ่อน จิบเบียร์ คุยกันสนุกๆ กับกลุ่มเพื่อนๆ พร้อมทั้งมีดนตรีสด ในรูปแบบของอะคูสติกกีต้าร์ เล่นให้ฟังกันสดๆ ทุกๆ วันปริมาณที่นั่ง :ประมาณ 40 ที่นั่ง (ห้องแอร์ในตัวบ้าน) และ อีก 80 ที่นั่ง บริเวณเปิดโล่ง ตรงลานบ้าน ใกล้เวทีแสดงดนตรี รับจัดเลี้ยง : รองรับการจัดเลี้ยงจำนวน 150 ท่าน ได้อย่างสบายๆ





















ถนนข้าวสารข้าวสาร” ถนนแห่งการท่องเที่ยวยามราตรีที่มักจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่พามากันมาเดินเล่นชมบบรยากาศยามค่ำคืน จับจ่ายซื้อของทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือเที่ยวผับเพื่อผ่อนคลายความเครียด จึงถือได้ว่าถนนข้าวสารเป็นถนนแห่งความบันเทิงยามราตรีเลยก็ว่าได้ และนอกจากความบันเทิงที่จะได้รับจากถนนสายนี้ ยังมีอีกมุมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวสนใจ นั่นคือ ร้านอาหารต่างๆที่อยู่โดยรอบถนนข้าวสาร เพราะร้านอาหารเหล่านั้นล้วนมีเสน่ห์ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ รสชาติ และราคา พวกเรา G.หวานหวานข้าวเหนียวมูล จึงอยากนำเสนอร้านอาหารที่น่าสนใจ เพื่อให้คนที่อาจจะยังไม่รู้จักได้ลองไปกันครับ
ร้านแรก คือ “ร้านตักสุรา”(คอกวัว) เปิด 17.00 น. – 01.00 น.ที่ตั้ง : แยกคอกวัว ฝั่งตรงข้ามถนนข้าวสาร (สามารถเดินมาได้ ไม่ไกลครับ…=’])ลูกค้า : คนทำงาน ครอบครัว วัยรุ่น




บรรยากาศภายในร้าน เต็มไปด้วยผู้คน ที่มารับประทานอาหาร สังสรรกันอย่างสนุกสนาน
ร้านตักสุรา จะตกแต่งร้านแบบมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร แถมเก๋มากซะด้วยครับ ผมจะพาท่านผู้ชมไปชมบรรยากาศภายในร้านกันเลยครับ


การตกแต่งภายในร้านจะตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบเก่า โคมไฟ และภาพถ่ายเก่าๆที่หาดูได้ยากเลยละครับ เรียกได้ว่าคนที่ชอบศิลปะแบบเก่าจะต้องถูกใจกันแน่ๆเลยครับ














วันพุธที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2553

งานpower supply

POWER SUPPLY
เพาเวอร์ซัพพลาย Power Supply อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เรามักจะมองข้ามไปและเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญเพราะถ้าขาดเจ้าตัวนี้แล้วเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวเก่งของเราก็เปรียบเสมือนกล่องเหล็กธรรมดาๆใช้การอะไรไม่ได้ อุปกรณ์ชิ้นนี้ก็คือ แหล่งจ่ายไฟ หรือที่เรามักจะเรียกกันว่า เพาเวอร์ซัพพลาย (Power Supply)นั่นเอง เพาเวอร์ซัพพลายมีหน้าที่หลักก็คือ เปลี่ยนแรงดันกระแสสลับจากไฟบ้าน 220 โวลท์เอซี ให้เป็นแรงดันไฟตรงดีซีที่คอมพิวเตอร์ต้องใช้แหล่งจ่ายไฟคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือคอมพิวเตอร์พีซีนั้น ส่วนใหญ่จะบรรจุในเคสด้านหลังถ้ามองไปที่หลังเคสจะเห็นก่องเหล็กสี่เหลี่ยมมีช่องเสียบสายไฟและพัดลมเพื่อระบายความร้อน

เพาเวอร์ซัพพลายจะใช้เทคโนโลยีที่เราเรียกว่า สวิตชิ่งเพาเวอร์ซัพพลายคือการเปลี่ยนแรงดันอินพุตกระแสสลับเอซี ให้เป็นแรงดันตํ่ากระแสตรงแรงดันที่ออกแบบให้ออกมาจากเพาเวอร์ซัพพลายมีอยู่ทั่วไป 3ระดับคือ3.3โวลท์ , 5โวลท์ และ 12โวลท์ โดยที่แรงดัน3.3โวลท์และแรงดัน5โวลท์จะนำไปใช้ในวงจรดิจิตอล ส่วนแรงดัน12โวลท์ถูกนำไปใช้ในการหมุนมอเตอร์ของดิสท์ไดรฟ์และพัดลมระบายความร้อน เมื่อหลายปีก่อนบางท่านที่เคยใช้คอมพิวเตอร์ยุคแรกๆตั้งแต่รุ่น 8088จนถึงรุ่น 486 คงจะจำได้ว่าสวิตช์เปิดปิดของคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าพวกนี้จะแตกต่างจากสวิตช์ปิดเปิดคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน ด้วยเหตุว่า คอมพิวเตอร์รุ่นแรกๆนั้น จะใช้เพาเวอร์ซัพพลายแบบ AT ซึ่งมีสวิตช ์เพื่อควบคุมการปิดเปิดเพาเวอร์ซัพพลายโดยตรง และใช้สวิตช์กดติดค้างคล้ายๆกับสวิตช์เปิดปิดไฟบ้าน ซึ่งต่างจากคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันจะใช้สวิตช์แบบกดติดปล่อยดับ สวิตช์นี้จะไม่ต่อเข้ากับเพาเวอร์ซัพพลายโดยตรงแต่จะต่อกับแผงวงจรเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ โดยใช้การควบคุมการปิดเปิดจากโปรแกรมปฎิบัติงาน สั่งให้แผงเมนบอร์ดปิดเพาเวอร์ซํพพลาย เมื่อเรากดสวิตช์นี้ เมนบอร์ดจะส่งแรงดัน 5โวลท์ไปยังส่วนควบคุมในเพาเวอร์ํซัพพลายเพื่อเปิดปิดการทำงานของตัวมันแรงดันไฟตรงนี้เราเรียกว่าแรงดัน VSB เพาเวอร์ซัพพลายรุ่นใหม่นี้เราเรียกแบบว่า แบบ ATX




•ถ้าพูดถึงเทคโนโลยีสวิตชิ่งในเพาเวอร์ซัพพลายจะเห็นได้ว่ามีการพัฒนามาตั้งแต่ปี คศ.1980 ในตอนนั้นเพาเวอร์ซัพพลายมีขนาดใหญ่และนํ้าหนักมากที่เป็เช่นนั้นเพราะว่าในตัวเพาเวอร์ซํพพลายต้องใช้หม้อแปลงและตัวเก็บประจุที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนาลดขนาดและนํ้าหนักของเพาเวอร์ซัพพลายลงได้มาก
•เทคโนโลยีสวิตชิ่งไม่ใช่แค่นำไปใช้แต่คอมพิวเตอร์เท่านั้นแต่ยังได้นำไปใช้ในการสร้างไฟกระแสสลับจากไฟตรง12โวลท์ของแบตเตอรี่รถยนต์เพื่อไปจ่ายให้เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่นทีวี วิดีโอ ดังจะเห็นได้จากรถตู้หรือรถทัวร์เค้าใช้กัน วงจรพวกนี้เราเรียกว่า อินเวอร์เตอร์

•เพาเวอร์ซํพพลายที่มีขายตามท้องตลาดนั้นมีหลายราคา หลายกำลังวัตต์ให้เลือก ตั้งแต่200วัตต์ จนถึง 400วัตต์ขึ้นอยู่กับว่าคอมพิวเตอร์เราใช้ทรัพยากรหรือว่ามีอุปกรณ์ต่อมากน้อยเพียงใด







หน้าที่และการทำงานของเพาเวอร์ซัพพลาย

•กระแสไฟที่ใช้อยู่ตามบ้านมาจากโรงไฟฟ้าโดยอยู่ในรูปแบบของไฟสลับแรงดันสูง เช่น220 โวลต์ในบ้านเรา แต่กระแสไฟที่อุปกรณ์ทุกชนิดที่คอมพิวเตอร์ใช้ (และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ทุกชนิด) จะต้องเป็นไฟตรงแรงดังต่ำ หน้าที่ของเพาเวอร์ซัพพลายก็คือจะต้องแปลงไฟสลับแรงดันสูง ที่อาจจะขึ้นลงไม่แน่นอนและมีหลายระดับแรงดัน ให้เป็นไฟตรงแรงดันต่ำที่อุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องการรวมทั้งจะต้องมีไฟพิเศษและสัญญาณต่าง ๆ อีกมากมายที่จำเป็นสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน การทำงานของเพาเวอร์ซัพพลายสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ จะไม่ได้ใช้วงจรแปลงไฟง่าย ๆ แบบที่ใช้ในอะแดปเตอร์ทั่วไป เนื่องจากกำลังไฟฟ้าที่จะต้องจ่ายออกมานั้นสูงกว่ากันมากดังนั้นแม้จะมีหน้าที่เดียวกันแต่ก็มีวิธีทำงานที่แตกต่างกัน คือ แทนที่จะทำงานแบบตรง ๆ หรือlinear คือ รับไฟเข้ามาแล้วก็แปลงออกไปเหมือนในอะแดปเตอร์ต่าง ๆ ซึ่งมีการสูญเสียพลังงานมาก ก็ใช้การทำงานสวิทซิ่ง (switching) แทน (ชื่อเต็ม ๆ คือ constantvoltage , half-bridge ,forward-converting switching power supply) ซึ่งมีความซับซ้อนกว่ากันมาก โดยทำงานแบบclosed-loop feedback คือมีการป้อนสัญญาณขาออกกลับมาชดเชยเพื่อให้ทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ (ราบเรียบและคงที่)

•ข้อดีของการทำงานแบบนี้คือ มีประสิทธิภาพในการแปลงไฟสูง ดังนั้นเมื่อต้องจ่ายกำลังไฟมาก ๆ ก็จะเกิดการสูญเสียพลังงาน (ที่จะกลายเป็นความร้อน) ไม่มากนัก ทำให้ระบายความร้อนทิ้งออกไปได้ง่ายขั้น ส่วนข้อเสียคือ การทำงานของวงจรสวิทชิ่งซึ่งจะทำงานที่ความถี่สูงมากทำให้เกิดสัญญาณความถี่สูงแผ่กระจายออกมารบกวนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ในและนอกตัวเองเครื่องได้ ดังนั้นส่วนประกอบทั้งหมดจึงถูกบรรจุอยู่ในกล่องโลหะเพื่อให้มีสัญญาณรบกวนเล็ดรอดออกมาน้อยที่สุด

การดูแลรักษา Power Supply

•Power Supplyภายในหม้อแปลงไฟฟ้าควรมีพัดลมระบายความร้อนด้วย อีกทั้งยังมีอันตรายจากกระแสไฟฟ้า เช่น ไฟฟ้ากระชาก ซึ่งอาจเกิดจากฟ้าผ่าหรือไฟฟ้าดับและติดอย่างรวดเร็ว และไฟฟ้าดับ ดังนั้น เราจึงควรป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้า ด้วยการถอดสายพาวเวอร์ออกจากเต้าเสียบไฟฟ้า เพราะอาจเกิดฟ้าผ่าบริเวณใกล้ ซึ่งอาจทำให้ อุปกรณ์ได้รับความเสียหายหรือติดตั้งเครื่อง UPS (Uninterruptible Power Supply) ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำรองไฟฟ้าและป้องกันไฟฟ้ากระชาก และทำให้เรามีเวลาเพียงพอที่จะเซพข้อมูลที่สำคัญไว้
งานpower supply
นายธีระพงศ์ เจริญสุข